ประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย

 

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย

 

ไทย-มาเลย์เห็นพ้องยึดสันติสางปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้

 

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียหนุนแนวทางสันติวิธีรัฐบาลไทยดับไฟใต้ สุรยุทธ์ยันสื่อนอกผู้ก่อเหตุไม่เกี่ยวก่อการร้ายข้ามชาติ ระบุเป็นเรื่องภายใน ด้านบาดาวีสัญญาจะให้ความร่วมมือไทยดับไฟใต้ ชี้คนพื้นที่ 3 จว.ใต้รากเหง้าเดียวกับตัวเอง ยันไม่ได้ยุให้แบ่งแยกศาสนา เชื่อ 50 ปีข้างหน้าไทย-มาเลย์จะสงบสุขเหมือน 50 ปีในอดีต

 

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 12 กุมภาพันธ์ 2550 20:40 น.

 

วันนี้ (12 ก.พ.) เวลา 16.30 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี นำ ดาโต๊ะ ซรี อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างเป็นทางการ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต จากนั้นเวลา 17.30 น.นายกรัฐมนตรี ต้อนรับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ณ สนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นได้มีการหารือข้อราชการเต็มคณะอย่างเป็นทางการ

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองได้แสดงความยินดี ที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และต่างมุ่งมั่น ส่งเสริมความร่วมมือในทุกๆ สาขา ที่ทั้งสองประเทศมีความสนใจและเป็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนจะได้ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-มาเลเซีย ครบ 50 ปีในปีนี้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสอง ยังได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความร่วมมือและความก้าวหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้กรอบการทำงานของคณะกรรมการ ไทย-มาเลเซีย ว่าด้านยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วม (Thailand-Malaysia Committee on Joint Development Strategy for the border areas (JDS) โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งที่สอง เชื่อมโยงบ้านบุเก๊ะตา (Buketa) ของไทย และบุกิต บุหงา (Bukit Bunga) ในมาเลเซีย และมาเลเซีย โดย Giatmara ยังได้ริเริ่มโครงการฝึกอบรมแก่ไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความพยายามของทั้งสองประเทศในการพัฒนาร่วมกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ รวมทั้งกระตุ้การเติบโตทางเศรษฐกิจภาคใต้ของไทยและรัฐทางตอนเหนือของแหลมมาเลเซีย

 

นายกรัฐมนตรีทั้งสองยังมีความยินดีต่อความก้าวหน้าภายใต้ 5 ปี ของการดำเนินการโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT) ตามแผนแม่บทการพัฒนาระหว่างการประชุมสุดยอด IMT-GT ครั้งที่สอง ณ เมืองเซบู ในเดือนมกราคม 2550 ที่ประกอบด้วย แนวคิดยุทธศาสตร์สำคัญ รวมทั้งมีแนวทาง จุดมุ่งหมายและเป้าหมายของความร่วมมือภายใต้สามเหลี่ยมที่ชัดเจน

 

นายกรัฐมนตรีทั้งสองยินดีต่อความก้าวหน้าในการจัดการปัญหาบุคคลสองสัญชาติ ของหน่วยงานของทั้งสอฝ่ายที่มีการพูดคุย และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน นายกรัฐมนตรีทั้งสองยังได้แสดงความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และเห็นสมควรต้องยุติความรุนแรงที่มีต่อพลเมืองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียขานรับนโยบายของรัฐบาลไทยในการจัดการกับสถานการณ์โดยยึดหลักสันติ และความสมานฉันท์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าความร่วมมือเพื่อส่งเสริมพลังชุมชนและการศึกษา โดยการส่งเสริมการติดต่อสื่อสารระดับประชาชนสู่ประชาชนเพื่อช่วยแก้ปัญหา รวมถึงการเดินทางไปทัศนศึกษาที่มาเลเซียของนักเรียนไทย

 

นายกรัฐมนตรีทั้งสองแสดงความพอใจกับความก้าวหน้าในความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยและมาเลเซีย เช่น การผลิตก๊าซในพื้นที่พัฒนาร่วม หรือ JDA การดำเนินงานท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซีย โครงการโรงงานแยกก๊าซ และการแลกเปลี่ยนไฟฟ้า ระหว่างสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายแสดงความชื่นชมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในความร่วมมือด้านพลังงาน ที่เรียกว่า องค์กรร่วม ไทย-มาเลเซีย ปิโตรนาส กับ ปตท.Tenaga Nasional กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

 

นายกรัฐมนตรีทั้งสองแสดงความยินดีกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีทั้งสองยังแสดงความยินดีกับความก้าวหน้าด้านความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล และทราบว่าจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจด้านมาตรฐานอาหารฮาลาลของไทย และศูนย์อาหารฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับหน่วยงานการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งมาเลเซีย และ World Halal Forum เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล

 

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แสดงความชื่นชมต่อปแระเทศไทยสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นประทับใจ และการรับรองระหว่างการเยือนครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือข้อราชการเต็มคณะ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ ดาโต๊ะซารี อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แถลงข่าวร่วมกัน โดย พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า การมาเยือนของนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียในครั้งนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก นับแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ารับหน้าที่ และถือได้ว่าเป็นการตอบแทนการเยือนมาเลเซียของตนเอง เมื่อต.ค. 2549 ด้วย เราทั้ง 2 เห็นพ้องกันว่าไทยกับมาเลเซียมีความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ใกล้ชิดกันเป็นพิเศษ และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการติดต่อที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ระหว่างผู้นำทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในทุกระดับ

 

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า เราทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือถึงแนวทางและวิธีการที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยจะมีความร่วมในหลายด้านที่ทั้ง 2 ประเทศจะต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันของจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เราเห็นพ้องที่จะมีการศึกษาร่วมกันและกันให้มากขึ้น เพื่อที่จะเพิ่มระดับความเชื่อมั่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยส่งเสริมการค้าการลงทุน การสร้างขีดความสามารถการศึกษา ตลอดจนแนวทางความร่วมมือด้านอื่นๆด้วย โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้ประโยชน์จากกลไกที่มีอยู่ อาทิ คณะกรรมาธิการร่วม ไทย-มาเลเซีย และคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วม สำหรับพื้นที่ชายแดน ไทย-มาเลเซีย เพื่อบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมในความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งนี้หากจำเป็นก็จะพิจารณาใช้กลไกทวิภาคีอื่นๆด้วย

 

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในภาคใต้ของไทยเราเห็นพ้องกันว่าสัติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีความสำคัญ และเชื่อมโยงกับพื้นที่ทางภาคเหนือของมาเลเซีย จะส่งผลต่อกันและกันด้วย สภาพแวดล้อมที่สันติและมีความมั่นคงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศรษฐกิจและความเจริญของพื้นที่ดังกล่าว ของทั้ง 2 ประเทศ มาเลเซียสนับสุนนแนวทางสันติวิธีของรัฐบาลไทยในการสร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่ดังกล่าวด้วยเราทั้ง 2 เห็นพ้องให้รัฐมนตรีต่างประเทศ 2 ฝ่ายหารือกันอย่างใกล้ชิด ในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่าง และหากจำเป็นก็ให้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอรับการตัดสินใจต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวร่วมกันได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามกับนายกรัฐมนตรีคนละ 2 คำถาม โดยสื่อประเทศได้สนใจปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกับตั้งคำถามถึงกลุ่มบุคคลที่เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกรงกันว่าจะเป็นกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ ทั้งนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเราได้เตรียมป้องกันในเรื่องเหล่านี้มาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งสิ่งที่สื่อมวลชนกังวลในเรื่องความรนแรงที่เกิดขึ้นนั้นเราได้มีความร่วมมือกับประเทศมาเลเซียมานานพอสมควรในด้านการข่าว นั้นเป็นส่วนที่ทำให้เรามีความมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ เป็นเรื่องภายในของเราเอง ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรง ที่อาจจะเกิดขึ้นในลักษณะที่จะเป็นการก่อการร้ายข้ามชาติ หรือเป็นการก่อการร้ายในลักษณะอื่นใด

 

ด้าน นายบาดาวี ได้ตอบข้อซักถามสื่อมวลชน โดยยืนยันว่า มาเลเซียมีคนไทยอาศัยอยู่ตอนเหนือของมาเลเซีย ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียก็จะดูแลเป็นอย่างดี แม้ว่ามาเลเซียจะมีหลายเชื้อชาติ เราก็ไม่ได้พยายามให้เกิดความแบ่งแยกในความแตกต่างของการนับถือศาสนา และไม่ได้มีการเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงศาสนา มาเลเซียเข้าใจความแตกต่างเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ เพราะคนในพื้นที่ภาคใต้ของไทยมีรากเหง้าและวัฒนะธรรมเหมือนกับเรา 50 ปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ไทย-มาเลย์ มีความสงบเรียบร้อย อีก 50 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมีความสงบเรียบร้อย และอยู่ร่วมกันได้

 

ความสัมพันธ์ไทย มาเลเซีย

 

เดิมนโยบายต่างประเทศของมาเลเซียมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การปกป้อง และส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และผลประโยชน์ที่สำคัญอื่นๆ (other vital interests) แต่เมื่อดาโต๊ะซรี ดร.มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเมื่อปี 2524 นโยบายต่างประเทศมาเลเซียได้หันมาให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น โดยควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญแก่การปกป้องเชิงชาตินิยมอย่างเข้มแข็ง (strong and nationalistic defense) เพื่อรักษาสิทธิผลประโยชน์ รวมทั้งให้การสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน (south-south cooperation)

ในช่วงที่ผ่านมามาเลเซียประสบความสำเร็จในเวทีการระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยสามารถสร้างบทบาทให้เป็นที่ยอมรับ ในฐานะผู้นำประเทศกำลังพัฒนา และจากการที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศมุสลิมสายกลาง ซึ่งมีแนวนโยบายสอดคล้องกับประเทศตะวันตก ในเรื่องของการต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ทำให้มาเลเซียสามารถแสดงบทบาทนำ ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ได้ทั้งในกรอบของโลกมุสลิมและโลกตะวันตก

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย

1. ความสัมพันธ์ทั่วๆไป

1.1การเมือง
                ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ได้พัฒนาแน่นแฟ้นจนมีความใกล้ชิดกันในปัจจุบัน เนื่องจากทั้งสองประเทศ มีผลประโยชน์ทางด้านความมั่นคงที่ต้องพึ่งพาระหว่างกัน มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งระดับพระราชวงศ์ชั้นสูงและรัฐบาล ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันเป็นอย่างมาก แต่ยังคงมีประเด็นปัญหาที่ทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกันแก้ไข อาทิ การปักปันเขตแดนทางบก บุคคลสองสัญชาติ โจรก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้

1.2 นโยบายหรือเป้าหมายหลักของไทยต่อมาเลเซีย

1.2.1ยกระดับจากการมี "ความสัมพันธ์อันดี" ให้พัฒนาเป็น "ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน" และสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งเพื่อสามารถมั่นใจว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกันตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุใช้ผล เคารพซึ่งกันและกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี
                1.2.2 แสวงและเพิ่มพูนโอกาส ตลอดจนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทย ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ตลอดจนหาประโยชน์จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจของมาเลเซีย มาเกื้อกูลสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งส่งเสริมให้ไทยและมาเลเซียเป็นที่พึ่งของกันและกันในยามที่แต่ละฝ่ายต้องเผชิญปัญหา โดยเฉพาะในสภาวะที่ประเทศต่าง ๆ กำลังเผชิญกับปัญหาการถดถอยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
1.2.3 สร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความเข้าในอันดี ระหว่างประชาชนต่อประชาชนปลูกฝังความเข้าใจไทยมากขึ้น รวมทั้งสร้างความตระหนักถึง "การมีชะตากรรมร่วมกัน" จากการเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน ซึ่งหมายความว่าเหตุการณ์ในประเทศหนึ่ง ย่อมจะส่งผลเกื้อหนุนหรือกระทบต่ออีกประเทศหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1.3 การค้า
                (1)  มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียนรองจากสิงคโปร์   โดยในปี   2546 มีปริมาณการค้าระหว่างกัน   8362   ล้านดอลลาร์สหรัฐ   โดยเพิ่มขึ้นจากปี   2545   ถึงร้อยละ  29.56 ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ามาเลเซียมาตลอด โดยในปี 2546 ไทยขาดดุล 616 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
                (2) สินค้าออกที่สำคัญของไทย  ที่ส่งออกไปมาเลเซียเป็นอันดับต้น   (ปี 2546)  ได้แก่ เครื่องโทรสาร โทรพิมพ์  โทรศัพท์ เครื่องคอมพิวเตอร์  อุปกรณ์และส่วนประกอบเหล็ก  เหล็กกล้า  และผลิตภัณฑ์   เคมีภัณฑ์ และยางพารา
                (3) สินค้าเข้าที่สำคัญที่ไทยนำเข้าจากมาเลเซียเป็นอันดับต้น      ( ปี  2546  )   ได้แก่     เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม และแผงวงจรไฟฟ้า
                (4)  การค้าชายแดนไทย มาเลเซีย  เป็นส่วนประกอบสำคัญของการค้ารวมระหว่างสอง   ประเทศ  ในระหว่างเดือนตุลาคม  2546 – มีนาคม  2547  การค้าชายแดนไทย – มาเลเซีย  มีมูลค่า  107,753.87  ล้านบาท โดยไทยส่งสินค้าออก ไปมาเลเซียผ่านด่านศุลกากรตามพรมแดนใน  5  จังหวัด  ได้แก่ ยะลา นราธิวาส สตูล สงขลา และปัตตานี 76,247.96 ล้านบาท และนำเข้า 31,505.91 ล้านบาทโดยไทยได้ดุลการค้า 44,742.04 ล้านบาท

1.4 การท่องเที่ยว
                นักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่สุดที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยในปี 2546   ( เดือน มกราคม   พฤศจิกายน  ) มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย 1,160,769 คน คิดเป็นร้อยละ 13.04 ของจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างชาติทั้งหมด ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2545 คิดเป็นร้อยละ 1.59 นอกจากนี้ จากสถิติของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   พบว่าวัตถุประสงค์ของชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเหล่านี้ คือ เพื่อการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ (89.39%) และมีระยะเวลาพำนักอยู่ในประเทศเฉลี่ยประมาณ 3.73 วัน มีการใช้จ่ายเฉลี่ย 4,412 บาท/วัน ในขณะเดียวกัน   มาเลเซียก็เป็นประเทศที่ชาวไทยเดินทางไปเป็นอันดับ 1 โดยในปี 2544   มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปมาเลเซียจำนวน   627,864   คน  (  คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ  30.17   ของ
นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ )  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี  2543 ร้อยละ 16.64 ชาวไทย เหล่านี้จะพำนักอยู่ในมาเลเซียเฉลี่ยประมาณ 10.27 วัน มีการใช้จ่ายเฉลี่ย 3,615 บาท/วัน

1.5 การลงทุน
                จากสถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติ  ให้การส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนปี     2545   ในแง่ของจำนวนโครงการ มาเลเซียเป็นผู้ลงทุนอันดับที่ 6 รองจาก ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์   สหรัฐอเมริกา   และเกาหลีใต้   ในส่วนของมูลค่าการลงทุน มาเลเซียเป็นผู้ลงทุนอันดับที่  9  รองจาก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และเยอรมัน

                ในปี  2545   การลงทุนของมาเลเซียในไทยโดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านผลิตภัณฑ์โลหะเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งมากเป็นอันดับ  1 แทนที่สาขาการเกษตรและผลิตผลทางการเกษตร  โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.1 ของจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งหมดในปี 2545 รองลงมาได้แก่สาขาเกษตรและผลิตผลทางการเกษตร   คิดเป็นร้อยละ   30.4   อย่างไรก็ดี  ในแง่ของมูลค่าการลงทุน    สาขาเกษตรและผลิตผลทางการเกษตรเป็นสาขาที่มีมูลค่าการลงทุนมากที่สุดแทนที่สาขาอุตสาหกรรมบริการ  โดยคิดสัดส่วนร้อยละ 43.3 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด รองลงมาได้แก่ สาขาผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง โดยคิดเป็นร้อยละ 42.5 ซึ่งเพิ่มขึ้นก่อนหน้าถึงประมาณ 3 เท่าตัว

1.6 สังคมและวัฒนธรรม
                ไทยกับมาเลเซียมีความร่วมมือในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด     เนื่องจากความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องของประชาชนในพื้นที่    ประชาชนทั้งสองฝ่ายมีการติดต่อไปมาหาสู่ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การศึกษา และการเยี่ยมเยียนในฐานะเครือญาติ มีโครงการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างกัน     รวมทั้งการจัดตั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มขึ้น   เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการติดต่อด้านการค้าและการท่องเที่ยว   นอกจากนี้   ทั้งสองฝ่ายยังอนุญาตให้คนสัญชาติของอีกฝ่ายใช้ใบผ่านแดน  (border pass) ซึ่งออกให้โดยหน่วยปกครองในท้องถิ่นของแต่ละฝ่าย   เดินทางผ่านด่านพรมแดนระหว่างกันได้     โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง

1.7แรงงาน
                กระทรวงแรงงาน ฯ   คาดว่ามีแรงงานไทยในมาเลเซียประมาณ    36,000    คน       ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรและมีภูมิลำเนาอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสามารถใช้บัตรผ่านแดน (Border pass) เข้าไปทำงานตามชายแดน ในจำนวนนี้ประมาณ 10,000 คน เดินทางเข้าไปทำงานสวนปาล์มน้ำมัน ยางพารา และไร่อ้อย โดยไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ แต่ได้รับใบอนุญาตให้ทำงานถูกต้องตามกฎหมายของมาเลเซีย ส่วนอีกประมาณ 10,000 คน ลักลอบทำงานในมาเลเซียโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายตามร้านอาหาร โรงงานขนาดเล็ก สวนผักผลไม้ งานก่อสร้าง

                สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมายมีประมาณ 6,500 คน ส่วนใหญ่แจ้งการเดินทางด้วยตนเอง และบริษัทจัดหางานจัดส่งไปทำงาน แรงงานไทยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ และเกษตรกรรม

                แรงงานไทยยังคงเป็นที่นิยมในมาเลเซีย รัฐบาลรัฐและรัฐบาลกลางมาเลเซีย จึงมักผ่อนปรนให้แรงงานไทยเข้าไปทำงานในมาเลเซียได้ แม้จะโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากแรงงานไทยส่วนใหญ่ไม่ก่อปัญหาให้กับทางการมาเลเซียเหมือนแรงงานอินโดนีเซียและบังกลาเทศ แต่จากการที่แรงงานไทย ลักลอบเข้าไปทำงานในมาเลเซียอย่างไม่ถูกต้อง จึงมักถูกเอารัดเอาเปรียบเรื่องค่าจ้าง และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้

                เมื่อกลางปี 2546 รัฐบาลมาเลเซียได้ปรับเปลี่ยนนโยบายแรงงานต่างชาติเพื่อแก้ไขปัญหาว่างงานในประเทศ รวมทั้งเพื่อลดการการพึ่งพาแรงงานต่างชาติลง แต่นโยบายดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยบริเวณชายแดนมากนัก เนื่องจากความต้องการแรงงานไทยยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม

2.ความตกลงสำคัญๆกับไทย
                ทั้งสองฝ่ายได้จัดทำความตกลงในกรอบต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมและขยายความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ และคมนาคม ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้จัดทำความตกลงในด้านต่างๆ เพิ่มเติม อาทิ ความตกลงทางการค้าทวิภาคี เมื่อ 6 ตุลาคม 2543 การจัดทำ Bilateral Payment Arrangement (BPA) หรือ Account Trade เมื่อ 27 กรกฎาคม 2544 ซึ่งขณะนี้ธนาคารกลางของมาเลเซีย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของไทย พร้อมที่จะดำเนินการอย่างสมบูรณ์ และระหว่างการเยือนเกาะลังกาวีของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ระหว่าง 27-28 กรกฎาคม 2546 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ ระหว่างกรมศุลกากรทั้งสองฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวก ด้านพิธีการในการเคลื่อนย้ายสินค้า และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย

                นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียตกลงกันเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2547 ระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้จัดตั้งคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพี้นที่ชายแดน (Thailand-Malaysia Committee on Joint Development Strategy for border areas – JDS) โดยครอบคลุม 5 จังหวัดภาคใต้ของไทย (สตูล สงขลา ยะลา นราธิวาส และปัตตานี) และ 4 รัฐทางเหนือของมาเลเซีย ( ปะลิส เกดะห์ กลันตัน และ เประ – เฉพาะอำเภอ Pengkalan Hulu) โดยมุ่งจะพัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคมของพี้นที่ดังกล่าว ความร่วมมือภายใต้คณะกรรมการนี้ครอบคลุม 9 สาขาได้แก่ 1. ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงคมนาคม 2. ด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รวมทั้งการศึกษา 3. ด้านการท่องเที่ยว 4. ด้านวัฒนธรรมและการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระดับประชาชนต่อประชาชน 5. ด้านการค้าและการลงทุน 6.ด้านการเกษตร รวมทั้งประมง ปศุสัตว์ และชลประทาน 7. ด้านการเงินและการคลัง โดยเฉพาะการพัฒนาธนาคารอิสลามในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดภาคใต้ 8. ด้านพลังงาน 9. ด้านการบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: